ใบความรู้
เรื่อง
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
1. ประชาชนทั้งปวงมีสิทธิในการกำหนดเจตจานงของตนเอง
กำหนดสถานะทางการเมืองของตนอย่างเสรี รวมทั้งดาเนินการทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างเสรี
(ภาค 1 ข้อ 1.1 )
2. ประชาชนทั้งปวงอาจจัดการเกี่ยวกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ
และทรัพยากรธรรมชาติของตนอย่างเสรี โดยไม่เป็นที่เสื่อมเสียต่อพันธกรณีใดๆ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
อันขึ้นกับหลักการแห่งผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน และกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่ากรณีใดๆ
จะพรากประชาชนจากวิถีทางดารงชีวิตไม่ได้ (ภาค 1 ข้อ 1.2 )
3. รัฐภาคีแห่งกติกาฉบับนี้
จะเคารพในสิทธิทั้งหลายที่ยอมรับแล้วในกติกาฉบับนี้ โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติไม่ว่าชนิดใดๆ
(ภาค 2 ข้อ2.1)
4. ในกรณีที่ยังไม่มีมาตรการทางนิติบัญญัติหรืออื่นใดในขณะนี้
รัฐภาคีรับที่จะดาเนินการอย่างสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกติกาฉบับนี้ (ภาค 2 ข้อ 2.2)
5. รัฐภาคีรับที่จะให้ความมั่นใจว่า
บุคคลใดก็ตามที่ถูกล่วงละเมิด ย่อมมีทางบาบัดแก้ไขอย่างเป็นผลจริงจัง (ภาค 2 ข้อ 2.3)
6. รัฐภาคีรับที่จะประกันสิทธิเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง
ให้มีสิทธิทั้งปวง ทางแพ่งและทางการเมือง ดังที่ระบุไว้ในกติกาฉบับนี้ (ภาค 2 ข้อ 3)
7. รัฐ กลุ่มบุคคล หรือบุคคลใด
ไม่มีสิทธิที่จะกระทาการใดๆ ที่เป็นการทาลายสิทธิเสรีภาพ ดังที่ยอมรับไว้แล้ว ณ ที่นี้
และย่อมไม่มีการจากัด ตัดทอน หรือทาให้เกิดความเสียหายแก่สิทธิมนุษยชนขั้นมูลฐาน
(ภาค ข้อ 5.1,5.2)
8. มนุษย์ทุกคนมีสิทธิโดยธรรมชาติในการดารงชีวิต
สิทธินี้ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่มีบุคคลใดสามารถล่วงชีวิตของใครได้
(ภาค 3 ข้อ 6.1)
9. การลงโทษประหารชีวิตย่อมกระทาได้เฉพาะคดีอุกฉกรรจ์ที่สุดตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น
และต้องไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกติกานี้ และอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทาลายล้างเผ่าพันธุ์
(ภาค 3 ข้อ 6.2)
10. บุคคลใดต้องคาพิพากษาให้ประหารชีวิต
ย่อมมีสิทธิขออภัยโทษ หรือลดหย่อนโทษตามคาพิพากษา จะไม่มีการพิพากษาให้ประหารชีวิตบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า
18 ปีในคดีอาชญากรรม และจะลงโทษนี้ต่อหญิงมีครรภ์มิได้ (ภาค 3 ข้อ 6.4,6.5)
11. บุคคลใดจะถูกทรมาน หรือได้รับผลปฏิบัติ
หรือการลงโทษ ที่โหดร้ายผิดมนุษยธรรมหรือต่ำช้ามิได้กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงก็คือ บุคคลใดจะถูกทดลองทางแพทย์
หรือทางวิทยาศาสตร์โดยปราศจากความยินยอมพร้อมใจอย่างอิสระไม่ได้ (ภาค 3 ข้อ 7)
12. ห้ามการเอาคนลงเป็นทาส
และการค้าทาสทุกรูปแบบ บุคคลจะถูกบังคับให้ตกอยู่ในภาวะจายอมมิได้ บุคคลใดจะถูกเกณฑ์แรงงานหรือบังคับให้ใช้แรงงานมิได้
(ภาค 3 ข้อ 8.1,8.2 และ
8.3)
13.บุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพและความมั่นคงของตน
บุคคลใดจะถูกจับกุมหรือคุมขังโดยพลการมิได้ บุคคลใดจะถูกลิดรอนเสรีภาพของตนมิได้ ยกเว้นโดยเหตุและอาศัยกระบวนการตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย
(ภาค 3 ข้อ 9.1)
14. บุคคลที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัว
พึงได้รับการปฏิบัติดังนี้ (ภาค 3 ข้อ
9.2,9.3, และ 9.5)
- บุคคลผู้ถูกจับกุมย่อมได้รับการแจ้งถึงเหตุผลในการจับกุมในขณะที่ถูกจับกุม
- บุคคลที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวในข้อหาทางอาญา
ย่อมต้องถูกนาตัวไปศาลโดยพลัน เพื่อที่จะมีการใช้อำนาจทางตุลาการ และได้รับการพิจารณาคดีในเวลาอันสมควร
- บุคคลที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ชดเชยค่าสินไหมทดแทน
15. บุคคลที่ถูกลิดรอนเสรีภาพต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม
และได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ (ภาค
3 ข้อ 10)
16. บุคคลจะรับโทษจาคุกเพราะไม่อาจชาระหนี้ตามสัญญาไม่ได้
(ภาค 3 ข้อ 11)
17. บุคคลทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการเคลื่อนย้าย
และเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในอาณาเขตของรัฐนั้น และย่อมมีสิทธิที่จะออกจากประเทศใดรวมทั้งประเทศของตนโดยเสรี
และถูกลิดรอนในการเดินทางเข้าประเทศของตนมิได้ สิทธิดังกล่าวไม่อาจถูกจากัดตัดทอน เว้นแต่เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ
ความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือที่สอดคล้องกับกติกาฉบับนี้ (ภาค 3 ข้อ 12.1,12.2,12.3 และ 12.4)
18. คนต่างด้าวที่อยู่ในดินแดนของรัฐภาคีโดยชอบด้วยกฎหมาย
จะถูกเนรเทศได้ก็โดยคาวินิจฉัยตามกฎหมาย และย่อมมีสิทธิคัดค้านคาสั่งเนรเทศ และมีสิทธิที่จะนาคดีขึ้นสู่การพิจารณาของคณะบุคคลที่ตั้งขึ้นเฉพาะเพื่อการนี้
(ภาค 3 ข้อ13)
19. บุคคลทุกคนย่อมเสมอภาคในการพิจารณาของศาลและตุลาการในการพิจารณาคดีอาญาอย่างเปิดเผย
สาธารณชนอาจถูกห้ามรับฟังการพิจารณาด้วยเหตุผลทางศีลธรรม ความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ
หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของคู่กรณี (ภาค 3 ข้อ 14.1)
20. บุคคลทุกคนผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา
ย่อมมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ากระทาผิดตามกฎหมาย
(ภาค 3 ข้อ 14.2)
21. ในการพิจารณาคดีอาญา
บุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมีสิทธิที่จะได้รับหลักประกันขั้นต่ำดังต่อไปนี้
(ภาค 3 ข้อ 14.3)
- สิทธิที่จะได้รับแจ้งสภาพและข้อหาแห่งความผิดที่ถูกกล่าวหาโดยพลันและละเอียด
ในภาษาซึ่งบุคคลนั้นเข้าใจได้
- สิทธิที่จะได้รับความสะดวกเพียงพอแก่การเตรียมการเพื่อสู้คดี
และติดต่อกับทนายความได้ตามความประสงค์ของตน
-สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาโดยปราศจากการชักช้าอย่างไม่เป็นธรรม
- สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้า
และสิทธิที่จะต่อสู้คดีด้วยตนเองหรือผ่านทางผู้ช่วยเหลือทางกฎหมาย
- สิทธิที่จะถามพยานซึ่งเป็นปรปักษ์ต่อตน
และขอให้หมายเรียกพยานฝ่ายตนมาซักถามภายใต้เงื่อนไขเดียวกับพยานฝ่ายตรงข้าม
- สิทธิที่จะขอให้มีล่ามโดยไม่คิดมูลค่า
-สิทธิที่จะไม่ถูกบังคับให้การปรักปรำตนเองหรือรับสารภาพผิด
22. ผู้กระทำผิดที่เป็นเด็กหรือเยาวชน
วิธีพิจารณาความให้เป็นไปโดยคำนึงถึงอายุ และเพื่อแก้ไขความประพฤติ (ภาค 3 ข้อ14.4)
23. บุคคลทุกคนที่ถูกลงโทษในความผิดอาญา
ย่อมมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อศาลสูงให้พิจารณาทบทวนอีกครั้งตามกฎหมาย (ภาค 3 ข้อ 14.5)
24. บุคคลใดถูกลงโทษตามคาพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญา
และภายหลังคาพิพากษาได้ถูกกลับหรือได้รับอภัยโทษ เพราะมีการปฏิบัติขัดต่อความยุติธรรม
บุคคลนั้นย่อมได้รับการชดใช้ตามกฎหมาย (ภาค 3 ข้อ 14.6)
25. บุคคลย่อมไม่อาจถูกพิจารณาหรือลงโทษซ้ำในการกระทาผิดกรณีเดียวกันที่มีคาพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
(ภาค 2 ข้อ 14.7)
26. บุคคลจะถูกแทรกสอดในความเป็นอยู่ส่วนตัว
ครอบครัว เคหสถาน การติดต่อสื่อสาร และถูกลบหลู่เกียรติยศ ชื่อเสียง เกียรติคุณ โดยมิชอบด้วยกฎหมายมิได้
และย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจากการแทรกสอดและการลบหลู่ (ภาค 3 ข้อ 17.1 และ
17.2)
27. บุคคลย่อมมีสิทธิในเสรีภาพทางความคิด
มโนธรรม และศาสนา รวมถึงเสรีภาพในการเลือกนับถือ/การประกาศ/การเผยแพร่ศาสนาหรือความเชื่อ การสักการบูชา/การปฏิบัติ/การประกอบพิธีกรรม ไม่ว่าในที่สาธารณะหรือเป็นการส่วนตัว (ภาค 3 ข้อ 18.1)
28. เสรีภาพในการประกาศศาสนาหรือความเชื่อถือของบุคคล
จะถูกจำกัดได้โดยกฎหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อย อนามัย ศีลธรรม
หรือสิทธิมูลฐานและเสรีภาพของบุคคลอื่น (ภาค 3 ข้อ 18.3)
29. รัฐภาคีรับที่จะเคารพเสรีภาพของบิดามารดาและผู้ปกครองในการให้การศึกษาทางศาสนาและศีลธรรมแก่เด็กตามความเชื่อของตน
(ภาค 3 ข้อ 18.4)
30. บุคคลมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออก
เสรีภาพที่จะแสวงหา/รับ/กระจายข่าวและความคิดเห็นทุกรูปแบบ
โดยไม่คำนึงถึงพรมแดน ไม่ว่าด้วยวาจา ลายลักษณ์อักษร หรือการตีพิมพ์ในรูปของศิลปะหรือสื่อ
โดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ตามข้อจากัดที่บัญญัติในกฎหมาย และความจำเป็นในการเคารพสิทธิหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่น
การรักษาความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อย หรือการสาธารณสุข หรือศีลธรรม
(ภาค 3 ข้อ 19.2 และ
19.3)
31. การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อการสงคราม
การสนับสนุนความเกลียดชังในชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนาซึ่งนำไปสู่การยั่วยุให้เกิดการเลือกปฏิบัติ
จงเกลียดจงชัง ความโหดเหี้ยม เป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมาย (ภาค
3 ข้อ 20.1 และ 20.2)
32. สิทธิในการร่วมประชุมโดยสงบเป็นที่ยอมรับ
การจากัดสิทธิต้องเป็นไปตามกฎหมาย และความจำเป็นแก่สังคมเพื่อความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อย
การสาธารณสุข หรือศีลธรรม หรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น (ภาค 3 ข้อ 21)
33. บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการสมาคมกับผู้อื่น
สิทธิที่จะก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพแรงงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน การจำกัดสิทธิต้องเป็นไปตามกฎหมาย
และความจำเป็นแก่สังคมเพื่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อย
การคุ้มครองสาธารณสุข หรือศีลธรรม หรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
(ภาค 3 ข้อ 22)
34. ครอบครัวมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากสังคม
และรัฐ (ภาค 3 ข้อ 23.1)
35. สิทธิของชายและหญิง(วัยที่อาจสมรสได้)ในการที่จะสมรส และมีครอบครัว พึงได้รับการยอมรับ
การสมรสจะกระทำได้โดยความยินยอมโดยเสรีและบริบูรณ์ของผู้ที่จะเป็นคู่สมรส (ภาค 3 ข้อ 23.2 และ
23.3)
36. เด็กทุกคนย่อมมีสิทธิในมาตรการต่างๆ
เพื่อการคุ้มครองเท่าที่จาเป็นแก่สถานะผู้เยาว์ โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ย่อมมีหลักฐานทางทะเบียนทันทีที่ถือกำเนิด
การตั้งชื่อ และได้รับสัญชาติ
(ภาค 3 ข้อ 24.1,24.2 และ 24.3)
37. พลเมืองทุกคนมีสิทธิและโอกาสที่จะมีส่วนในรัฐกิจโดยตรงหรือผ่านผู้แทน
สิทธิในการออกเสียงหรือได้รับเลือกตั้ง สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะในประเทศของตนบนความเสมอภาค
(ภาค 3 ข้อ 25)
38. บุคคลทั้งปวงย่อมเสมอภาคกันตามกฎหมาย
และมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ(ภาค 3 ข้อ 26)
39. ชนกลุ่มน้อยทางเผ่าพันธุ์
ศาสนา หรือภาษา มีสิทธิที่จะมีวัฒนธรรมของตนเอง การนับถือและปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา
หรือใช้ภาษาของตนเอง(ภาค 3 ข้อ
27)
(สรุปจาก กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสิทธิพลเมือง) จากหนังสือ
“สิทธิของเรา” กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น