ใบความรู้
เรื่อง
ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
1. ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาของอาเซียน
ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักที่ผู้นำประเทศสมาชิกตัดสินใจรวมตัวกันเป็นอาเซียน ปัจจุบันอาเซียนมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ที่เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม
การเงิน พลังงาน การต่อสู้กับความยากจน ไปจนถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมของประเทศสมาชิก
โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว มีการเคลื่อนย้ายทุน
สินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือระหว่างประเทศสมาชิกโดยเสรี ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน
ลดช่องว่างของระดับการพัฒนาของประเทศสมาชิกอาเซียน สร้างความกินดีอยู่ดีและส่งเสริมให้อาเซียนสามารถรวมตัวเข้ากับประชาคมโลกได้
อย่างไม่อยู่ในภาวะที่เสียเปรียบ
ในด้านการค้า
ประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน
(ASEAN Free Trade Area : AFTA) ในพ.ศ.
2535 ตามข้อเสนอของนายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้น เพื่อเป็นกลไกช่วยขยายการค้าระหว่างประเทศสมาชิก
และดึงดูดการลงทุน จากภายนอกจนถึง พ.ศ. 2551 ประเทศสมาชิกอาเซียน 6 ประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกก่อน ได้แก่
ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไนดารุสซาลาม ได้ลดภาษีสินค้าในกรอบ
AFTA ทุกรายการลงเหลือร้อยละ 0-5 แล้ว ในขณะที่ประเทศที่
เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนทีหลังได้แก่ เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา มีกำหนดต้องลดภาษีสินค้าลงเหลือร้อยละ 0-5
ใน พ.ศ. 2558
ด้านการค้าบริการ
ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ทยอยเปิดเสรีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมุ่งเน้น ใน 7 สาขาหลัก คือ การเงิน ขนส่งทางทะเล ขนส่งทางอากาศ การสื่อสารโทรคมนาคม การท่องเที่ยว
ก่อสร้าง และบริหารธุรกิจ
ด้านการลงทุน ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ดำเนินความร่วมมือในการส่งเสริมการลงทุนครอบคลุมสาขาการผลิต
เกษตร ประมง ป่าไม้ เหมืองแร่ และการบริการที่เกี่ยวข้องกับ 5 สาขาดังกล่าว
ด้านอุตสาหกรรม อาเซียนมีความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของอาเซียน
(ASEAN Industrial Cooperation : AICO) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับสินค้าอุตสาหกรรมของอาเซียน
โดยสนับสนุนการแบ่งการผลิตในภูมิภาค ลดต้นทุนการผลิต โดยการลดภาษีนาเข้าสินค้าสำเร็จรูป
กึ่งสำเร็จรูป และวัตถุดิบ ความร่วมมือของอาเซียนในเรื่องนี้เป็นประโยชน์อย่างมากกับอุตสาหกรรมการผลิตและประกอบรถยนต์ของประเทศสมาชิกอาเซียน
การมีความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจของอาเซียนมีประโยชน์หลายประการ เช่น
1. ช่วยลดต้นทุนการผลิตและมีการเคลื่อนย้ายสินค้าบริการและการลงทุนภายในประเทศสมาชิกอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
2. ช่วยลดการพึ่งพาตลาดในประเทศที่สาม
อันเนื่องมาจากการขยายตัวของการค้าภายในภูมิภาค โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มที่อาเซียนมีศักยภาพและสามารถผลิตได้เองในระดับมาตรฐานสากล
อาทิ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและเครื่องสำอาง
3. ช่วยสร้างอำนาจการต่อรองของอาเซียนกับกลุ่มเศรษฐกิจอื่น
ๆ
4. ช่วยเพิ่มสวัสดิการและยกระดับความเป็นอยู่ของผู้บริโภคภายในประเทศสมาชิกอาเซียนให้ดียิ่งขึ้น
เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเลือกสรรสินค้าต่าง ๆ ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ในราคาที่ถูกลงแต่คุณภาพสูงขึ้น
5. ช่วยให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศสมาชิก
อันนามาซึ่งชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ใน พ.ศ. 2545 ผู้นาประเทศอาเซียนได้เห็นชอบร่วมกันให้จัดตั้ง
“ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” เพื่อให้การรวมตัวกันทางเศรษฐกิจของอาเซียนมีเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ขณะนี้ประเทศ สมาชิกอาเซียนกำลังอยู่ในระหว่างดาเนินการให้บรรลุเป้าหมายการเป็นประชาคมเศรษฐกิจ
ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของการจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปีเป้าหมาย พ.ศ. 2558
ประเทศไทยกับอาเซียน
สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์
2. เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area
: AFTA)
เพื่อให้ประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนได้บรรลุวัตถุประสงค์ด้านความเจริญเติบโตและความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ
เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ซึ่งเป็นคำย่อมาจากคาว่า ASEAN Free
Trade Area จึงถูกก่อตั้งขึ้นในการประชุมผู้นาอาเซียน
(ASEAN Summit) ในปี พ.ศ. 2535 โดยได้รับการลงนามในสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 มกราคม
2535 ประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนได้เข้าร่วมในข้อตกลงเขตการค้าเสรีในช่วงปีต่าง
ๆดังนี้ ปี พ.ศ. 2538 ประเทศบรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
สิงคโปร์ ไทย และ เวียดนาม
ปี พ.ศ. 2540 ประเทศลาว พม่า
ปี พ.ศ. 2542 ประเทศกัมพูชา
เขตการค้าเสรีเป็นข้อตกลงโดยสมาชิกกลุ่มอาเซียนซึ่งกังวลต่อผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่นของตนเอง
เกี่ยวกับการตลาดและคุณภาพของสินค้า เขตการค้าเสรีเป็นการลดภาษีศุลกากรเพื่อให้สินค้าภายในอาเซียนเกิดการหมุนเวียน
การก่อตั้งเขตการค้าเสรีมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพิ่มปริมาณการค้าภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
2. สร้างแรงดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในภูมิภาคให้มากขึ้น
3. ทำให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นฐานการผลิตที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกการดำเนินการของเขตการค้าเสรีอาเซียนนาไปสู่การอำนวยความสะดวกต่อการค้าภายในภูมิภาคอาเซียน
โดยการปรับกระบวนการด้านตรวจคนเข้าเมือง ภาษี และลดอุปสรรคอันเกิดจากมาตรการกีดกันทางการค้า
ดังนี้
1. ปรับขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองให้สอดคล้องกัน
2. ปรับ Tariff
Nomenclature ให้สอดคล้องกัน
3. ให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตาม
GATT Valuation Agreement
4. อำนวยความสะดวกพิธีการตรวจคนเข้าเมืองด้วย
Green Lane
5. ยกเลิกค่าธรรมเนียมการตรวจคนเข้าเมือง
6. ปรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการตรวจประเมินเพื่อการรับรองของประเทศสมาชิก
ให้สอดคล้องกัน
7. จัดทำความตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วม